`

คู่แข่งของ Airbnb และเว็บไซต์จองที่พักทางเลือกอื่นๆ

Feb 28 2026 · Hannah Gong · นาที 1
คู่แข่งของ Airbnb และเว็บไซต์จองที่พักทางเลือกอื่นๆ

บทนำ

Airbnb ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ให้กับตลาดที่พักระยะสั้นโดยเชื่อมโยงนักเดินทางหลายล้านคนเข้ากับบ้านพัก อพาร์ตเมนต์ และประสบการณ์ที่โดดเด่นทั่วโลก แม้ว่า Airbnb จะยังคงเป็นเว็บไซต์จองที่พักชั้นนำ แต่เจ้าของที่พักและโฮสต์จำนวนมากเริ่มมองหา "คู่แข่งของ Airbnb" และแพลตฟอร์มทางเลือกอื่นๆ เพื่อกระจายแหล่งที่มาของรายได้ เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ และลดการพึ่งพาแพลตฟอร์มเพียงแห่งเดียว

การทำความเข้าใจจุดแข็ง จุดอ่อน และข้อกำหนดในการดำเนินงานของแพลตฟอร์มเหล่านี้ถือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับโฮสต์ที่ต้องการเพิ่มอัตราการเข้าพัก (Occupancy Rate) และรายได้ให้สูงสุดในปี 2026 คู่มือนี้จะวิเคราะห์ทางเลือกชั้นนำ เปรียบเทียบให้เห็นภาพ และให้คำแนะนำที่นำไปใช้ได้จริงสำหรับโฮสต์ทุกขนาดธุรกิจ


คู่แข่งตัวท็อปของ Airbnb ที่คุณควรเช็กในปี 2026

1. Vrbo (Vacation Rentals by Owner)

Vrbo เน้นไปที่การเช่าที่พักแบบยกหลังเป็นหลัก จึงดึงดูดกลุ่มครอบครัวและหมู่คณะที่ต้องการความเป็นส่วนตัว ด้วยการรวมอยู่ในเครือ Expedia Group ทำให้โฮสต์มีโอกาสเข้าถึงนักเดินทางที่จองบริการท่องเที่ยวแบบครบวงจร เมื่อเทียบกับ Airbnb แล้ว โดยทั่วไป Vrbo มักจะได้ยอดจองที่มีระยะเวลาเข้าพักนานกว่า (Longer stays) โดยเฉพาะในแหล่งท่องเที่ยวพักผ่อน

คำแนะนำเชิงปฏิบัติ: โฮสต์ที่มีที่พัก 1-3 แห่ง สามารถลงประกาศใน Vrbo เพื่อจับกลุ่มครอบครัว ในขณะที่ใช้ Airbnb สำหรับกลุ่มนักเดินทางคนเดียวหรือคู่รัก สำหรับผู้ที่มีพอร์ตที่พักขนาดใหญ่ การใช้ Channel Manager (ระบบจัดการช่องทางขาย) เพื่อซิงค์ปฏิทินถือเป็นเรื่องจำเป็นเพื่อป้องกันการจองซ้ำ

2. Booking.com

จากเดิมที่เป็นยักษ์ใหญ่ด้านการจองโรงแรม Booking.com ได้ขยายตัวเข้าสู่ตลาดบ้านพักตากอากาศอย่างเต็มตัว ด้วยฐานผู้ใช้งานทั่วโลกจำนวนมหาศาล ทำให้โฮสต์มีโอกาสปรากฏแก่สายตานักเดินทางสูงมาก โดยเฉพาะชาวยุโรปและเอเชีย Booking.com มีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับเจ้าของที่พักขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ที่ต้องการเข้าถึงทั้งกลุ่มลูกค้าธุรกิจ และกลุ่มท่องเที่ยวพักผ่อ ไปพร้อมกัน

ข้อแนะนำด้านเครื่องมือ: ควรพิจารณาใช้ซอฟต์แวร์อย่าง PMS (Property Management System) เพื่อจัดการประกาศหลายรายการบน Booking.com และ Airbnb โดยไม่เกิดข้อผิดพลาดจากการจัดการด้วยมือ

Smart Order PMS และผู้จัดการช่องทางการขาย

เครื่องมือจัดการช่องทางขายของ Smart Order เชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มชั้นนำในตลาด เช่น Airbnb และ Booking.com และมีการขยายไปยังช่องทางใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ระบบจะซิงโครไนซ์ราคาและสถานะห้องว่าง (Availability) แบบเรียลไทม์ ช่วยป้องกันการจองเกิน (Overbooking) และเพิ่มรายได้ให้มีประสิทธิภาพ

ลงทะเบียนใช้งานฟรี

3. TripAdvisor และ FlipKey

TripAdvisor ดึงดูดนักเดินทางที่ชอบหาข้อมูลที่พัก สถานที่ท่องเที่ยว และประสบการณ์อย่างละเอียดก่อนตัดสินใจจอง สำหรับโฮสต์แล้ว คุณค่าของ TripAdvisor ไม่ได้อยู่ที่การจองโดยตรง (Direct reservations) มากเท่ากับความน่าเชื่อถือและการมองเห็น (Visibility & Trust) ที่พักที่มีรีวิวดีๆ มักจะมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของแขกตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นวางแผนการเดินทาง แม้ว่าสุดท้ายแขกจะไปจองผ่าน Airbnb หรือ Booking.com ก็ตาม

มุมมองเชิงปฏิบัติ: โฮสต์ควรปฏิบัติกับ TripAdvisor ในฐานะช่องทางสร้างชื่อเสียงและกระตุ้นความต้องการมากกว่าจะเป็นแพลตฟอร์มจองหลัก การตอบรีวิวอย่างมืออาชีพและรักษาภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้สม่ำเสมอในทุกแพลตฟอร์มจะช่วยเพิ่มอัตราการจองในทุกช่องทาง

4. HomeToGo และ Tripping.com (Aggregators)

เว็บไซต์ประเภท Aggregator อย่าง HomeToGo และ Tripping.com จะรวบรวมรายการที่พักจากหลายๆ เว็บไซต์มารวมไว้ที่เดียว เพื่อให้แขกค้นหาได้ครบจบในที่เดียว โฮสต์จะได้รับประโยชน์จากการเข้าถึงแขกจำนวนมากโดยไม่ต้องเข้าไปจัดการทุกแพลตฟอร์มด้วยตนเอง แม้ว่าการจองขั้นสุดท้ายมักจะเกิดขึ้นบนแพลตฟอร์มพันธมิตรก็ตาม

คำแนะนำเชิงปฏิบัติ: ตรวจสอบให้แน่ใจว่าราคาและสถานะห้องว่างในเว็บไซต์ต้นทางมีการซิงค์กันอย่างถูกต้องเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาความขัดแย้งกับแขก

เปรียบเทียบ Airbnb vs. Vrbo และยักษ์ใหญ่เจ้าอื่นๆ

ประเภทที่พักและความคาดหวังของแขก

  • Airbnb: มีตั้งแต่ห้องพักรวม, ห้องส่วนตัว, บ้านพักทั้งหลัง ไปจนถึงที่พักที่มีเอกลักษณ์ (Unique stays) ดึงดูดแขกที่เน้นประสบการณ์และชอบการมีปฏิสัมพันธ์ที่ปรับแต่งเฉพาะตัว
  • Vrbo: เน้นบ้านพักทั้งหลัง เหมาะสำหรับครอบครัวและกลุ่มที่ต้องการความเป็นส่วนตัว
  • Booking.com: ผสมผสานระหว่างโรงแรม, อพาร์ตเมนต์ และบ้านพักตากอากาศ เหมาะสำหรับนักเดินทางธุรกิจและการพักผ่อนระยะสั้นในเมือง

โครงสร้างค่าธรรมเนียม (Fee Structures)

เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2025 Airbnb ได้นำเสนอโครงสร้างค่าธรรมเนียมแบบ Host-only 15.5% (โฮสต์เป็นผู้จ่ายค่าธรรมเนียมทั้งหมด) ซึ่งปรับเปลี่ยนจากโมเดลเดิมที่แบ่งกันจ่ายระหว่างโฮสต์และแขก ภายใต้โครงสร้างนี้ โฮสต์จะเป็นผู้รับภาระค่าบริการทั้งหมด ทำให้แขกเห็นราคาที่ต่ำกว่าในตอนแรก ซึ่งเป็นการออกแบบมาเพื่อเพิ่มความโปร่งใสและเพิ่มอัตราการจองจากฝั่งลูกค้า

ส่วน Vrbo ยังคงเสนอสองรูปแบบคือ ค่าธรรมเนียมสมาชิกรายปี หรือค่าคอมมิชชันต่อการจอง ซึ่งให้ความยืดหยุ่นตามปริมาณการจอง ส่วน Booking.com โดยทั่วไปจะคิดค่าคอมมิชชันอยู่ที่ 10–15% ขึ้นอยู่กับภูมิภาค ประเภทที่พัก และโปรแกรมการเพิ่มการมองเห็นที่คุณเข้าร่วม

  • มุมมองเชิงปฏิบัติ: โฮสต์ควรประเมินแพลตฟอร์มจาก "รายได้สุทธิ" (Net Revenue) ไม่ใช่แค่จากตัวเลขอัตราค่าคอมมิชชัน ค่าธรรมเนียมที่สูงกว่าใน Airbnb อาจยังคงให้ผลตอบแทนดีกว่าหากสามารถทำอัตราเข้าพักได้สูงกว่า หรือแขกเข้าพักนานกว่า

การสนับสนุนด้านการปฏิบัติงาน (Operational Support)

Airbnb มีเครื่องมือในตัวสำหรับการส่งข้อความ, การจัดการรีวิว และการจัดเก็บภาษี ส่วนแพลตฟอร์มคู่แข่งอาจต้องการเครื่องมือภายนอกเสริม เช่น:

  • Channel Managers (เช่น Smart Order) เพื่อซิงค์การจอง
  • Dynamic Pricing Tools (เช่น PriceLabs หรือ Beyond Pricing) เพื่อปรับราคาให้เหมาะสมตามกลไกตลาดแบบอัตโนมัติ

แพลตฟอร์มทางเลือกอื่นๆ นอกเหนือจาก Airbnb

Expedia Network

Expedia พร้อมด้วยเครือข่ายอย่าง Hotels.com, Orbitz และ Travelocity ช่วยเปิดที่พักของคุณสู่สายตานักเดินทางหลายล้านคนทั่วโลก การลงขายบนหลายแพลตฟอร์มผ่าน Expedia มักจะช่วยเพิ่มยอดจองในช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยวได้ดี

  • Pro tip: เชื่อมต่อกับ Channel Manager เพื่ออัปเดตปฏิทินและราคาแบบอัตโนมัติระหว่าง Expedia, Airbnb และ Booking.com

ช่องทางการจองโดยตรง (Direct Booking Channels)

โฮสต์จำนวนมากหันมาพัฒนาเว็บไซต์ของตัวเองพร้อมระบบ Booking Engine เพื่อรับจองโดยตรง ซึ่งช่วยลดต้นทุนค่าคอมมิชชันและเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับแขกและสร้างความภักดีต่อแบรนด์ (Brand Loyalty)

  • เครื่องมือแนะนำ: Wix, WordPress พร้อมปลั๊กอินอย่าง WP Rentals

วิธีเลือกแพลตฟอร์มทางเลือก Airbnb ที่ใช่ในปี 2026

  1. ประเมินที่พักและกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย: โฮสต์รายย่อย (1-3 แห่ง) อาจเลือก Airbnb + Vrbo ก็เพียงพอแล้ว แต่ถ้าเป็นระดับโรงแรมหรืออพาร์ตเมนต์ขนาดใหญ่ การลงขายหลายแพลตฟอร์มพร้อมระบบจัดการราคาอัตโนมัติเป็นเรื่องจำเป็น
  2. ประเมินค่าธรรมเนียมเทียบกับการเข้าถึง: แพลตฟอร์มใหญ่คนใช้เยอะอาจเก็บค่าธรรมเนียมสูงแต่ได้ปริมาณลูกค้า ส่วนแพลตฟอร์มเฉพาะทาง (Niche) อาจเก็บถูกกว่าแต่ต้องใช้แรงในการตลาดเพิ่มขึ้น
  3. ใช้เทคโนโลยีลดภาระงาน: ระบบ Channel Manager และ Dynamic Pricing ช่วยให้คุณได้รายได้สูงสุดโดยไม่ต้องมานั่งทำเอง
  4. ติดตามผลการดำเนินงานอย่างสม่ำเสมอ: ตรวจสอบยอดจองจากแต่ละแพลตฟอร์มเพื่อปรับงบการตลาดและราคาให้เหมาะสม
  5. ตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมาย: บางพื้นที่กำหนดให้โฮสต์ต้องเก็บภาษีหรือปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ที่พักระยะสั้น แพลตฟอร์มอย่าง Airbnb และ Booking.com มักจัดการเรื่องนี้ให้โดยอัตโนมัติ แต่เจ้าอื่นๆ อาจต้องรายงานเอง
  6. ใช้กลยุทธ์เพื่อปิดการขาย (Conversion Strategy): กระตุ้นการจองตรงด้วยสิทธิประโยชน์ เช่น ส่วนลดสำหรับการพักนานๆ หรือยกเลิกฟรี

บทสรุป

แม้ว่า Airbnb จะยังคงเป็นผู้เล่นหลักในตลาด แต่การขยายไปสู่แพลตฟอร์มคู่แข่งและทางเลือกอื่นๆ คือหัวใจสำคัญในการเพิ่มอัตราเข้าพัก รายได้ และความมั่นคงในระยะยาว ด้วยการเข้าใจกลุ่มเป้าหมาย โครงสร้างราคา และการนำเทคโนโลยีอย่าง Channel Manager มาใช้ คุณจะสามารถก้าวสู่ความสำเร็จในปี 2026 ได้ไม่ว่าจะเป็นโฮสต์รายย่อยหรือธุรกิจขนาดใหญ่


คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

  1. Vrbo ดีกว่า Airbnb สำหรับโฮสต์จริงไหม?
    Vrbo เหมาะสำหรับที่พักแบบยกหลัง เน้นครอบครัวและกลุ่มเพื่อน ส่วน Airbnb ยืดหยุ่นกว่าสำหรับที่พักแบบแชร์พื้นที่หรือห้องพักรายย่อย
  2. ลงประกาศที่พักเดียวกันในหลายเว็บไซต์ได้หรือไม่?
    ได้แน่นอน แต่ควรใช้ Channel Manager เพื่อซิงค์ปฏิทินและราคาเพื่อป้องกันการจองซ้ำ
  3. แพลตฟอร์มทางเลือกถูกกว่า Airbnb หรือไม่?
    แตกต่างกันไปตามโครงสร้างราคา ควรเปรียบเทียบจากรายได้สุทธิหลังหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้ว
  4. เครื่องมือใดช่วยจัดการหลายแพลตฟอร์มได้ดีที่สุด?
    Channel Manager เช่น Smart Order, Cloudbeds และซอฟต์แวร์จัดการราคาอย่าง PriceLabs หรือ Beyond Pricing
  5. แพลตฟอร์มทางเลือกจัดการเรื่องภาษีให้ด้วยหรือไม่?
    บางเจ้าจัดการให้ (เช่น Airbnb, Booking.com) แต่บางเจ้าโฮสต์ต้องจัดการเอง ควรตรวจสอบกฎระเบียบในท้องถิ่นเสมอ