`

พนักงานต้อนรับควรจัดการกับข้อร้องเรียนของแขกอย่างไร?

พนักงานต้อนรับควรจัดการกับข้อร้องเรียนของแขกอย่างไร?

แขกคนหนึ่งเดินมาที่เคาน์เตอร์รับแขกของคุณด้วยสีหน้าไม่พอใจและน้ำเสียงหงุดหงิด ทุกคนที่ทำงานโรงแรมรู้ดีถึงฉากนี้ แม้ว่าสถานการณ์แบบนี้อาจดูเหมือนจุดกดดัน แต่การร้องเรียนของแขกจริง ๆ แล้วเป็นโอกาสสำคัญ วิธีที่ทีมแผนกรับแขกจัดการกับสถานการณ์เหล่านี้สามารถกำหนดประสบการณ์การเข้าพักและสร้างผลกระทบต่อความประทับใจในโรงแรมได้ ไม่ใช่เพียงการแก้ปัญหาเท่านั้น แต่ยังเป็นการสื่อถึงความเห็นอกเห็นใจ ความเป็นมืออาชีพ และความใส่ใจในประสบการณ์ของแขก

การทำมากกว่าแค่พูดคำว่า “ขอโทษ” เป็นสิ่งสำคัญ หากจัดการอย่างถูกต้อง การร้องเรียนสามารถเปลี่ยนจากประสบการณ์เชิงลบให้เป็นช่วงเวลาที่แขกจดจำและรู้สึกประทับใจ โรงแรมที่จัดการได้ดีมักเปลี่ยนแขกที่ไม่พอใจให้กลายเป็นผู้สนับสนุนได้

ทัศนคติก่อนลงมือแก้ปัญหา

ก่อนจะเข้าไปสู่ขั้นตอนการแก้ไขปัญหา สิ่งสำคัญคือการเริ่มจากทัศนคติที่ถูกต้อง เพราะการตอบสนองของพนักงานรับแขกจะกำหนดบรรยากาศของทั้งการสนทนา

  • ใจเย็นและเป็นมืออาชีพ
    เมื่อแขกโกรธ มักไม่ใช่การโกรธตัวคุณโดยตรง แต่เป็นปฏิกิริยาต่อสถานการณ์ ท่าทีที่สงบช่วยลดความตึงเครียดได้อย่างมาก การรักษาน้ำเสียงสุภาพและมั่นคงจะช่วยให้แขกรู้สึกสบายใจขึ้น
  • ฟังอย่างตั้งใจและเข้าใจอย่างแท้จริง
    การฟังอย่างมีคุณภาพช่วยให้แขกรู้สึกว่าความไม่พอใจของเขามีความหมาย ใช้ภาษากายเช่นพยักหน้า มองตา และไม่ขัดจังหวะก่อนที่แขกจะอธิบายจบ การฟังอย่างตั้งใจช่วยให้คุณมองเห็นปัญหาที่แท้จริง ซึ่งบางครั้งอาจลึกกว่าสิ่งที่แขกพูดออกมา
  • รับผิดชอบโดยไม่จำเป็นต้องยอมรับความผิด
    การกล่าวขอโทษไม่ได้หมายความว่าโรงแรมผิด แต่เป็นการแสดงความเห็นใจ เช่น ประโยค “ขออภัยในความไม่สะดวกที่เกิดขึ้น” เป็นคำขอโทษที่เหมาะสมและปลอดภัยในงานบริการ

วิธี HEART สำหรับจัดการคำร้องเรียน

“HEART” เป็นวิธีง่าย ๆ ที่ช่วยให้พนักงานรับแขกตอบสนองต่อคำร้องเรียนได้อย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ

H – Hear (ฟัง)

ให้แขกเล่าทุกอย่างโดยไม่ขัดจังหวะ ฟังอย่างจริงจังเพื่อเข้าใจปัญหาที่แท้จริง การปล่อยให้แขกระบายช่วยลดระดับอารมณ์และทำให้เขารู้สึกว่าปัญหาของเขาถูกให้ความสำคัญ

E – Empathize (แสดงความเห็นอกเห็นใจ)

แสดงให้เห็นว่าคุณเข้าใจว่าทำไมแขกถึงรู้สึกเช่นนั้น เช่น “เข้าใจค่ะว่าทำไมคุณถึงรู้สึกไม่สะดวก” การแสดงความเข้าใจช่วยให้บรรยากาศผ่อนคลายลงทันที

A – Apologize (ขอโทษ)

กล่าวขอโทษอย่างจริงใจและตรงไปตรงมา ไม่ต้องหาเหตุผลหรือแก้ตัว คำขอโทษที่จริงใจช่วยลดความไม่พอใจของแขกได้มาก

R – Resolve (แก้ปัญหา)

นำเสนอทางแก้ปัญหาที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรม แนะนำตัวเลือกที่เหมาะสมตามสถานการณ์ และให้แขกมีส่วนเลือก เพื่อให้เขารู้สึกว่าควบคุมสถานการณ์ได้อีกครั้ง

T – Thank and Track (ขอบคุณและติดตามผล)

ขอบคุณแขกที่แจ้งปัญหาและติดตามผลหลังจากแก้ไขแล้ว การตรวจสอบอีกครั้งว่าแขกพึงพอใจจริง ๆ จะทำให้เขารู้สึกว่าโรงแรมใส่ใจในรายละเอียด

วิธีประยุกต์ใช้กับสถานการณ์จริง

1. ปัญหาเรื่องเสียงดัง

ฟังและแสดงความเข้าใจ ก่อนดำเนินการแจ้งแขกที่เป็นสาเหตุ ถ้าไม่ดีขึ้น ให้เสนอการย้ายห้องหรืออุปกรณ์ช่วยลดเสียงรบกวน

2. ห้องไม่สะอาด / ปัญหาแม่บ้าน

หลังจากขอโทษ รีบจัดการให้แม่บ้านทำความสะอาดทันที หรือเสนอการย้ายห้องหากแขกไม่ต้องการรอ การชดเชยเล็กน้อย เช่น welcome drink ช่วยให้แขกรู้สึกดีขึ้น

3. ปัญหาซ่อมบำรุง

แจ้งช่างทันทีและอธิบายเวลาซ่อมโดยประมาณ หากใช้เวลานานให้เสนอการย้ายห้อง การให้แขกรอนานโดยไม่แน่ใจเป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง

4. บริการล่าช้า หรือประสบการณ์บริการไม่ดี

ขอโทษอย่างจริงใจ แสดงความตั้งใจแก้สถานการณ์ และรีบช่วยเหลือทันที เช่น ช่วยจองร้านอาหารหรือจัดรถเข็นสัมภาระให้เอง

การทำให้โรงแรมดีขึ้นจากทุกคำร้องเรียน

วิธีที่คุณจัดการกับปัญหาของแขกนั้นสำคัญยิ่งกว่าช่วงเวลานั้นเสียอีก มันคือกุญแจสำคัญในการบริหารโรงแรมที่ดี

แขกที่คุณแก้ไขปัญหาได้ดีมักจะมีความภักดีมากกว่าแขกที่เข้าพักอย่างราบรื่น การแก้ไขปัญหาแสดงให้เห็นว่าโรงแรมของคุณเป็นอย่างไรและพิสูจน์ว่าคุณใส่ใจ สิ่งนี้จะทำให้เกิดความรู้สึกที่ดีอย่างแรงกล้า ซึ่งสามารถนำไปสู่การรีวิวออนไลน์ที่ยอดเยี่ยมและผู้คนบอกต่อเกี่ยวกับคุณ แขกที่ไม่พอใจอาจกลายเป็นลูกค้าประจำหรือแม้แต่ผู้สนับสนุนโรงแรมของคุณ

นอกจากนี้ ทุกการร้องเรียนจะช่วยให้คุณมีเบาะแส การติดตามปัญหาจะช่วยให้คุณมองเห็นรูปแบบและแก้ไขปัญหาได้ หากแขกหลายคนบอกว่า Wi-Fi ช้า แสดงว่าถึงเวลาที่ต้องปรับปรุง Wi-Fi ให้เร็วขึ้น หากยังคงมีการร้องเรียนเรื่องเสียงรบกวนในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งอยู่เรื่อยๆ อาจลองย้ายนักเดินทางเพื่อธุรกิจไปยังชั้นที่เงียบกว่า คำติชมนี้จะช่วยให้คุณพัฒนาบริการให้ดียิ่งขึ้นสำหรับการเข้าพักของทุกคน

บทสรุป

พนักงานแผนกรับแขกไม่ได้มีหน้าที่เพียงแค่เช็คอินและเช็คเอาต์ แต่ยังเป็นตัวแทนสำคัญที่ช่วยปกป้องชื่อเสียงของโรงแรมเมื่อเกิดปัญหา การใช้ทักษะการฟัง การเข้าอกเข้าใจ และการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ ช่วยเปลี่ยนสถานการณ์ที่ยากลำบากให้กลายเป็นประสบการณ์เชิงบวก การจัดการอย่างถูกต้องไม่เพียงแก้ปัญหา แต่ยังสร้างความประทับใจที่ยั่งยืนให้กับแขก