`

วิธีเปิดตัว Airbnb Experience ที่โรงแรมของคุณ: คู่มือทีละขั้นตอนสำหรับโฮสต์

Jul 23 2026 · Smart Order · นาที 1
วิธีเปิดตัว Airbnb Experience ที่โรงแรมของคุณ: คู่มือทีละขั้นตอนสำหรับโฮสต์
สรุปด่วน
1. Airbnb Experience คือกิจกรรมที่เปิดให้จองได้ มีโฮสต์เป็นผู้นำ และสร้างขึ้นจากการเข้าถึงท้องถิ่น ความเชี่ยวชาญ หรือเรื่องราวที่มีเอกลักษณ์
2. โรงแรมสามารถใช้ Airbnb Experiences เปลี่ยนพื้นที่ที่ใช้งานไม่เต็มประสิทธิภาพ ความเชี่ยวชาญของพนักงาน และความร่วมมือกับพาร์ตเนอร์ท้องถิ่น ให้กลายเป็นรายได้จากบริการสำหรับผู้เข้าพัก
3. ก่อนสมัคร ควรตรวจสอบมาตรฐานล่าสุดของ Airbnb ใบอนุญาตในพื้นที่ ความต้องการด้านประกันภัย กฎความปลอดภัย ราคา ความจุ และขั้นตอนการดำเนินงานให้ครบถ้วน

Airbnb Experiences กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง และนี่เป็นเรื่องสำคัญสำหรับโรงแรม โรงแรมไม่ได้จำกัดอยู่แค่การขายห้องพักเท่านั้น แต่ยังขายประสบการณ์ของย่าน วัฒนธรรม ความรู้ของเชฟ วิวบนรูฟท็อป หรือความเชี่ยวชาญของพาร์ตเนอร์ท้องถิ่นได้ด้วย

สำหรับโรงแรมอิสระ โรงแรมบูติก อพาร์ตโฮเทล และโฮสเทล Airbnb Experience สามารถสร้างเหตุผลใหม่ให้ผู้เดินทางค้นพบที่พักของคุณได้ และยังเพิ่มรายได้จากผู้เข้าพักที่เข้าพักอยู่แล้วในสถานที่ได้อีกด้วย

คู่มือนี้จะอธิบายวิธีเปิดตัว Airbnb Experience ที่โรงแรมของคุณ ตั้งแต่การเลือกไอเดีย การสมัคร การตั้งราคา การดำเนินงาน ไปจนถึงการติดตามผลหลังเปิดตัว


Airbnb Experience คืออะไร?

Airbnb Experience คือกิจกรรมที่เปิดให้จองและมีโฮสต์เป็นผู้ดำเนินการ แตกต่างจากรายการห้องพัก เพราะสินค้าไม่ได้เป็นที่พัก แต่เป็นกิจกรรม คลาส ทัวร์ ชิมอาหาร เวิร์กช็อป การแสดง เซสชันด้านสุขภาพ หรือประสบการณ์ท้องถิ่น

หน้าโฮสต์ปัจจุบันของ Airbnb เชิญชวนให้ผู้คนสมัครเป็นโฮสต์ประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร ขณะที่ศูนย์ช่วยเหลือระบุว่า Services และ Experiences ต้องเป็นไปตามมาตรฐานและข้อกำหนดของ Airbnb ทั้งก่อนเผยแพร่และหลังเปิดใช้งาน

สำหรับโรงแรม โอกาสอยู่ที่การนำเสนอสิ่งที่ผู้เข้าพักหาไม่ได้ง่ายๆ จากโต๊ะทัวร์ทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นการชิมไวน์กับเจ้าของโรงแรม คลาสทำอาหารกับเชฟ ทัวร์เดินถ่ายภาพยามเช้าในย่านใกล้เคียง ทัวร์ดีไซน์ของอาคารมรดกที่ได้รับการบูรณะ หรือการพาไปตลาดท้องถิ่น ทั้งหมดนี้สามารถพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์บริการได้

Airbnb Experience ที่ดีที่สุดไม่ใช่แค่ "กิจกรรมให้ทำ" แต่คือช่วงเวลาประทับใจสำหรับผู้เข้าพักที่มีโฮสต์ชัดเจน มีเรื่องราว ตารางเวลา ราคา ความจุ และแผนด้านความปลอดภัยที่ชัดเจน


ขั้นตอนที่ 1: เลือก Experience ที่โรงแรมของคุณทำได้ดีที่สุด

เริ่มจากสิ่งที่ที่พักของคุณทำได้ดีกว่าผู้ให้บริการภายนอกทั่วไป ไอเดียที่ดีและเหมาะกับโรงแรมมักมาจากทำเลที่โดดเด่น คนที่มีความเชี่ยวชาญ พื้นที่จริงภายในโรงแรม หรือความร่วมมือกับพาร์ตเนอร์ท้องถิ่น

อย่าเลือกไอเดียเพียงเพราะดูเป็นที่นิยม ให้เลือกสิ่งที่คุณสามารถให้บริการได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่รบกวนการดำเนินงานของโรงแรม

ตัวอย่างเช่น โรงแรมบูติกอาจจัดคลาสทำอาหารเช้าท้องถิ่น โฮสเทลอาจจัดทัวร์เดินชิมสตรีทฟู้ด ส่วนรีสอร์ตอาจจัดเซสชันถ่ายภาพพระอาทิตย์ขึ้น


ขั้นตอนที่ 2: ตรวจสอบมาตรฐาน ใบอนุญาต และประกันภัยของ Airbnb

ก่อนสร้างรายการ ควรตรวจสอบมาตรฐาน Services และ Experiences ล่าสุดของ Airbnb โดย Airbnb ระบุว่าโฮสต์และ โคโฮสต์ ต้องเป็นไปตามมาตรฐานและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องก่อนเผยแพร่รายการ และการอนุมัติยังขึ้นอยู่กับการตรวจสอบเพิ่มเติม

ควรตรวจสอบกฎระเบียบท้องถิ่นด้วย แนวทางด้านใบอนุญาตของ Airbnb ระบุว่าโฮสต์ของ Services และ Experiences ควรต้องขอและคงไว้ซึ่งใบอนุญาตที่จำเป็น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับกิจกรรม อาจรวมถึงใบอนุญาตมัคคุเทศก์ ใบรับรองการจัดการอาหาร ใบอนุญาตจำหน่ายแอลกอฮอล์ ใบอนุญาตด้านการขนส่ง ใบอนุญาตทำกิจกรรมกลางแจ้ง สิทธิ์ด้านดนตรี หรือคุณวุฒิด้านฟิตเนส

โรงแรมควรทบทวนประกันภัยด้วย หากประสบการณ์เกี่ยวข้องกับอาหาร การเดินทาง น้ำ ความสูง ฟิตเนส แอลกอฮอล์ เด็ก หรือพื้นที่สาธารณะ ควรสอบถามบริษัทประกันว่ากิจกรรมนั้นครอบคลุมหรือไม่ และพาร์ตเนอร์จำเป็นต้องมีความคุ้มครองของตนเองหรือไม่

นี่อาจเป็นขั้นตอนที่ไม่หวือหวา แต่ช่วยปกป้องโรงแรมได้ ไอเดียที่ดีแค่ไหน หากไม่สามารถขอใบอนุญาต ทำประกัน หรือจัดพนักงานให้ปลอดภัยได้ ก็ไม่ควรนำมาเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับผู้เข้าพัก


ขั้นตอนที่ 3: ออกแบบเส้นทางประสบการณ์ของผู้เข้าพัก

Airbnb Experience ต้องมีจุดเริ่มต้น ระหว่างทาง และจุดจบ ผู้เข้าพักควรรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พบกันที่ไหน ใช้เวลานานเท่าไร มีอะไรให้บ้าง และต้องเตรียมอะไรมา

วางแผนเส้นทางตั้งแต่มาถึงจนจบกิจกรรม: พบกันที่ไหน ใครเป็นผู้ต้อนรับ โฮสต์อธิบายอะไร ผู้เข้าพักจะทำอะไร และจะได้รับอะไรกลับไป

ยิ่งรูปแบบชัดเจนมากเท่าไร ก็ยิ่งดำเนินงานได้ง่ายขึ้นเท่านั้น "ทัวร์วัฒนธรรมท้องถิ่น" ฟังดูคลุมเครือ แต่ "เดินตลาดกลางคืน 2 ชั่วโมง พร้อมชิมอาหารจาก 5 ร้านครอบครัว" นั้นขายได้ชัดเจนกว่า


ขั้นตอนที่ 4: กำหนดความจุ ตารางเวลา และบุคลากร

ความผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดคือการมองประสบการณ์นี้เป็นเพียงคอนเทนต์การตลาด แทนที่จะมองเป็นผลิตภัณฑ์เชิงปฏิบัติการ โรงแรมต้องมี การเช็คอิน, งานแม่บ้าน บริการอาหารเช้า งานซ่อมบำรุง และคำขอจากผู้เข้าพักเกิดขึ้นพร้อมกันตลอดเวลา

ก่อนเผยแพร่ ควรกำหนดจำนวนผู้เข้าพักสูงสุด จำนวนขั้นต่ำ วันที่เปิดให้จอง ระยะเวลาจองล่วงหน้า กฎการยกเลิก, พนักงานผู้รับผิดชอบ และโฮสต์สำรอง

ความจุควรช่วยรักษาคุณภาพ เวิร์กช็อปค็อกเทลสำหรับ 6 คนอาจได้รีวิวที่ดีกว่ากลุ่ม 18 คน หากบาร์เทนเดอร์สามารถดูแลและโต้ตอบกับทุกคนได้ทั่วถึง

หลีกเลี่ยงการสร้างประสบการณ์ที่ชนกับช่วงเร่งด่วนของอาหารเช้า ช่วงพีคของการเช็คอิน ช่วงพีคของการเช็คเอาต์ หรือรอบเปลี่ยนงานแม่บ้าน เว้นแต่จะมีทีมงานแยกดูแลโดยเฉพาะ


ขั้นตอนที่ 5: ตั้งราคาเพื่อกำไร ไม่ใช่แค่เพื่อให้มีการจอง

Airbnb Experiences ช่วยเติมดีมานด์ได้ แต่การตั้งราคายังคงต้องมีวินัย ก่อนกำหนดราคาสำหรับผู้เข้าพัก ควรรวมต้นทุนเวลาพนักงาน วัตถุดิบ อุปกรณ์ ค่าพาร์ตเนอร์ ค่าทำความสะอาด ค่าจัดเตรียม ต้นทุนแพลตฟอร์ม ประกันภัย ใบอนุญาต และการสึกหรอของพื้นที่ในโรงแรม

เปรียบเทียบรายได้นี้กับการใช้พนักงานและพื้นที่เดียวกันในรูปแบบอื่น หากรูฟท็อปบาร์ของคุณสร้างรายได้มากกว่าในช่วงพระอาทิตย์ตกมากกว่าทัวร์ราคาต่ำ ควรเลื่อนกิจกรรมให้เร็วขึ้นหรือออกแบบเป็นบริการเสริมแทน

เป้าหมายไม่ใช่แค่ให้มีการจอง แต่คือการสร้างประสบการณ์ที่ทำกำไรได้และช่วยเสริมแบรนด์ของโรงแรม


ขั้นตอนที่ 6: เตรียมภาพถ่าย คำอธิบาย และโปรไฟล์โฮสต์

Airbnb Experiences ขายด้วยภาพเป็นหลัก ใช้ภาพถ่ายที่แสดงให้เห็นว่าโฮสต์กำลังสอน ผู้เข้าพักกำลังมีส่วนร่วม อาหารถูกจัดเตรียม เส้นทางกำลังถูกสำรวจ หรือพื้นที่กำลังถูกใช้งานจริง

คำอธิบายของคุณควรทำให้ชัดเจน 3 เรื่อง:

ผู้เข้าพักจะได้ทำอะไร

อธิบายกิจกรรมแบบทีละขั้นตอน เพื่อให้ผู้เข้าพักเข้าใจคุณค่าก่อนตัดสินใจจอง

ทำไมโรงแรมของคุณจึงน่าเชื่อถือ

ระบุความเชี่ยวชาญของโฮสต์ ประวัติของอาคาร ภูมิหลังของเชฟ ความเชื่อมโยงกับย่าน หรือบทบาทของพาร์ตเนอร์ท้องถิ่น

มีอะไรบ้างที่รวมอยู่ในบริการ

ระบุรายการวัสดุ สิ่งที่ได้ชิม อุปกรณ์ การเดินทาง หรือสิทธิ์การเข้าถึง และควรแจ้งสิ่งที่ไม่รวมอยู่ด้วย หากผู้เข้าพักอาจเข้าใจว่าได้รวมไว้

หลีกเลี่ยงการเขียนให้เหมือนโบรชัวร์ เพราะผู้เข้าพักจองประสบการณ์เพราะต้องการสิ่งที่เป็นมนุษย์จริง เจาะจง และน่าจดจำ


ขั้นตอนที่ 7: เชื่อม Experience เข้ากับการดำเนินงานของโรงแรม

เมื่อ Experience เปิดให้บริการแล้ว มันจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของเวิร์กโฟลว์ประจำวันของโรงแรม ต้องมีคนรู้ว่าใครจองไว้ จะมาถึงเมื่อไร พักอยู่ในที่พักหรือไม่ ชำระเงินครบหรือยัง และเซสชันนั้นส่งผลต่อการจัดพนักงานหรือไม่

นี่คือจุดที่หลายโรงแรมเริ่มควบคุมได้ยาก การจองอยู่ที่หนึ่ง ข้อความ Airbnb อยู่อีกที่หนึ่ง การจองโรงแรมอยู่ใน ระบบบริหารจัดการโรงแรม และรายได้อยู่ในสเปรดชีต

Smart Order ช่วยให้โรงแรม รวมศูนย์การจอง, ช่องทาง OTA, การจองตรง การชำระเงิน และรายงานไว้ในแดชบอร์ดเดียว เมื่อผู้เข้าพักจองห้องผ่าน Airbnb, Booking.com, Agoda หรือช่องทางตรง ทีมงานสามารถติดตามความพร้อมใช้งาน อัตราการเข้าพัก และรายได้ได้ในที่เดียว สำหรับโรงแรมที่ให้บริการ Airbnb Experiences หลักการเดียวกันนี้สำคัญมากเช่นกัน: ควรเชื่อมตารางเวลา การมาถึงของห้องพัก งานของพนักงาน และการรายงานรายได้เข้าด้วยกัน

เชื่อมต่อห้องพัก ช่องทางการขาย และรายได้จากผู้เข้าพักไว้ในที่เดียว
Smart Order ช่วยให้โรงแรมจัดการการจองจาก OTA การจองตรง การชำระเงิน และรายงานจากแดชบอร์ดเดียว เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ใหม่สำหรับผู้เข้าพักไม่สร้างความวุ่นวายจากงานแมนนวล

ทดลองใช้ฟรี

ขั้นตอนที่ 8: เปิดตัวแบบเล็กก่อน แล้วปรับปรุงให้เร็ว

อย่าเปิดตัว 7 ประสบการณ์พร้อมกัน เริ่มจากข้อเสนอที่แข็งแรงเพียงหนึ่งรายการ เปิดให้บริการในวันที่จำกัด แล้วติดตามผลลัพธ์

ติดตามสิ่งต่อไปนี้:

  • จำนวนการเข้าชมและอัตราเปลี่ยนเป็นการจอง
  • คำถามที่ผู้เข้าพักถามก่อนจอง
  • อัตราการเข้าร่วมและพฤติกรรมการไม่มาตามนัด
  • ภาษาที่ใช้ในรีวิว
  • เวลาที่พนักงานต้องใช้
  • รายได้สุทธิต่อเซสชัน
  • ผลกระทบต่อการจองห้องพัก หากผู้เข้าพักพักที่โรงแรมด้วย

หลังจบแต่ละเซสชัน ให้ถามว่ามีอะไรที่ทำให้ทีมทำงานช้าลง จุดนัดพบไม่ชัดเจนหรือไม่ กิจกรรมใช้เวลานานเกินไปหรือไม่ งานแม่บ้านต้องใช้พื้นที่เดียวกันหรือไม่ รายละเอียดเหล่านี้จะเป็นตัวกำหนดว่าประสบการณ์นี้สามารถขยายได้หรือไม่


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Airbnb Experiences สำหรับโรงแรม

โรงแรมสามารถเป็นโฮสต์ Airbnb Experience ได้หรือไม่?

ได้ โรงแรมสามารถสมัครเป็นโฮสต์ Airbnb Experience ได้ หากกิจกรรมนั้นเป็นไปตามมาตรฐานของ Airbnb และกฎท้องถิ่น แต่การอนุมัติไม่ได้เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ

Airbnb Experiences เปิดรับโฮสต์ใหม่หรือไม่?

หน้าโฮสต์ปัจจุบันของ Airbnb เปิดรับสมัครประสบการณ์ใหม่ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากความพร้อมให้บริการอาจแตกต่างกันไปตามตลาดและนโยบาย ควรตรวจสอบหน้าโฮสต์อย่างเป็นทางการก่อนเริ่มวางแผน

Airbnb Experience แบบใดเหมาะกับโรงแรมมากที่สุด?

ประสบการณ์ที่ดีที่สุดสำหรับโรงแรมคือสิ่งที่ที่พักทำได้ดีอยู่แล้ว เช่น อาหาร การออกแบบ ความรู้ท้องถิ่น สุขภาพ ประวัติศาสตร์ ชีวิตยามค่ำคืน การเข้าถึงกิจกรรมกลางแจ้ง หรือความร่วมมือกับย่านที่แข็งแรง

Airbnb Experiences ต้องมีใบอนุญาตหรือไม่?

บางกรณีจำเป็น Airbnb ระบุว่าโฮสต์ควรขอและคงไว้ซึ่งใบอนุญาตที่จำเป็น อาหาร แอลกอฮอล์ การนำเที่ยว การขนส่ง ฟิตเนส กิจกรรมกลางแจ้ง และบริการด้านสุขภาพ อาจต้องใช้ใบอนุญาตในท้องถิ่น

โรงแรมควรตั้งราคา Airbnb Experience อย่างไร?

ควรตั้งราคาโดยคำนวณเวลาพนักงาน วัสดุ ค่าพาร์ตเนอร์ ค่าจัดเตรียม ค่าทำความสะอาด ต้นทุนแพลตฟอร์ม ประกันภัย และมูลค่าของพื้นที่ อย่าตั้งราคาโดยคิดแค่ให้ได้การจองเท่านั้น


ข้อสรุปสำคัญ

การเปิดตัว Airbnb Experience ที่โรงแรมของคุณไม่ใช่แค่กลยุทธ์การตลาด แต่คือผลิตภัณฑ์บริการรูปแบบใหม่

เริ่มจากประสบการณ์ที่ที่พักของคุณให้บริการได้ดี ตรวจสอบข้อกำหนดล่าสุดของ Airbnb เช็กใบอนุญาตและประกันภัย ออกแบบเส้นทางผู้เข้าพัก ตั้งราคาเพื่อกำไร และเชื่อมเวิร์กโฟลว์เข้ากับการดำเนินงานของโรงแรม หากทำได้ดี Airbnb Experience สามารถเปลี่ยนความรู้ท้องถิ่นและทรัพยากรโรงแรมที่ยังใช้ไม่เต็มที่ให้กลายเป็นรายได้ใหม่จากผู้เข้าพักได้